สุขอนามัยอวัยวะเพศ
  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีบทความลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับกล่าวถึงการให้ความรู้แก่สาธารณะชน โดยเฉพาะสตรีถึงอันตรายของการ " ล้างช่องคลอด " ด้วยน้ำยาที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มีกระทั่งโฆษณาทางทีวี ซึ่งทางครีเอทีฟบริษัทโฆษณาก็เข้าใจคิดคำที่จะสื่อบอกผู้ชมว่าน้ำยาเหล่านั้น จุดขายเพื่อเน้นความสะอาดกลิ่นหอมเย้ายวนแก่ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นกับผู้ใช้อวัยวะนั้น ซึ่งหมายถึงคู่นอนหรือสามี

" ช่องคลอด " เป็นคำที่แสดงถึงภูมิปัญญา คนไทยใช้คำได้ความหมายและไม่หยาบคาย บ่งบอกถึงทัศนคติที่ดีต่อเรื่องเพศ เพราะเป็นช่องทางการคลอดของทารก เป็นการให้ความสำคัญต่ออวัยวะ แต่ช่องคลอดก็ยังเป็นอวัยวะที่ลึกลับต่อสุขภาพสตรีเพราะเป็นที่รวมของความเป็นสตรี มีทั้งระดูหรือประจำเดือน มีตกขาว ระดูขาวหรือหมากขาวฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลต่อคุณสุภาพสตรี

  ไม่เท่านั้นในปัจจุบันสตรีทั่วๆ ไปก็ย่อมได้รับข่าวสาวว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นอวัยวะที่ก่อให้เกิด เนื้องอกร้ายมากที่สุด ซึ่งก็อยู่ในช่องคลอดอีกนั่นแหละ ช่องคลอดจึงเป็นจุดที่สตรีให้ความใส่ใจ ไม่ใช่แค่สนใจเท่านั้น อะไรที่ใส่ใจมากก็มักจะใช้จ่ายในเรื่องนี้มากเป็นธรรมดา เช่น คนใส่ใจเสื้อผ้ามาก ก็จะใช้จ่ายในการซื้อหาเสื้อผ้ามาก ใส่ใจในความสวยงามของหน้ามาก ก็ใช้จ่ายเครื่องประทินโฉมมาก

  จิตวิทยาเช่นนี้เอง ที่ผู้ผลิตเอามาเป็นหนทางในการขายผลิตภัณฑ์ต้องเรียกว่าเบี่ยงเบน ในการขายผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของนโยบาย ถูกใจไม่ถูกต้องซึ่งเป็นปกติในระบบธุรกิจ ดังนั้นผู้บริโภคจึงต้องศึกษาดูเอาเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

  ช่องคลอดเป็นอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่จัดเป็นอวัยวะภายใน เป็นตัวเชื่อมต่ออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก คือปากช่องคลอด คลิตอริสกับอวัยวะสืบพันธุ์ภายในคือมดลูกและรังไข่ เป็นช่องทางที่จะรองรับการสอดใส่ อวัยวะเพศชายในขบวนการร่วมเพศ ซึ่งสมัยก่อนก็จะอธิบายว่าเป็นช่องทางที่จะรองรับอวัยวะเพศชาย ในขบวนการร่วมเพศและปฏิสนธิ แต่ปัจจุบันตัดปฏิสนธิออกเพราะสมัยก่อนหน้าที่ปฏิสนธิ เป็นหน้าที่ของธรรมชาติที่จะต้องเป็นผู้ก่อให้เกิดปฏิสนธิโดยผ่านการร่วมเพศ

  การปฏิสนธิปัจจุบันมนุษย์ ได้แย่งหน้าที่นี้ออกมาจากพระผู้เป็นเจ้าหรือธรรมชาติโดยสมบูรณ์ เพราะหมอสามารถที่จะทำการปฏิสนธิในห้องทดลอง ในหลอดแก้วได้ ไม่เท่านั้นหมอยังสามารถบังคับให้ตัวอสุจิ (ฉีด) ใส่เข้าไปปฏิสนธิกับไข่จากฝ่ายแม่ได้โดยตรงหรือที่เรียกว่า "อิ๊กซี่" ปัจจุบันมนุษย์ทำกับพระผู้เป็นเจ้ามากกว่านั้น ทำสำเนาสิ่งมีชีวิตกันเลยอย่างแกะดอลลีย์เป็นตัวอย่าง

  แต่สำหรับมนุษย์ยังไม่มีผู้ใดกล้าแสดงออกมาว่าทำขึ้นมาแล้ว เพราะทั่วโลกไม่สนับสนุน เนื่องจากมองเห็นถึงภัยพิบัติจากการทำโคลนนิ่ง ซึ่งรุนแรงถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติทีเดียว !!

  ช่องคลอดในทางกายวิภาคมีลักษณะเป็นท่อกลวงยืดหย่อนมากในสภาพปกติ สำหรับสตรีพรหมจรรย์ ช่องคลอดอาจจะแฟบเหมือนลูกโป่งยาวๆ ที่ไม่ได้เป่าลม แต่สามารถจะขยายตัวออกได้มากหลายเท่าตัว ตามสภาพการใช้งานยาวประมาณครึ่งฟุต (ยืด) ปลายมนเป็นที่อยู่ของมดลูก ปลายล่างเปิดออกปากช่องคลอด โดยมีกระเพาะปัสสาวะวางอยู่ด้านบนของช่องคลอด และลำไส้อยู่ตรงทางด้านหลังของช่องคลอด จะเห็นว่าช่องคลอดถูกประกบหน้าหลังด้วยอวัยวะขับถ่ายของเสียของร่างกาย จึงทำให้โอกาสปนเปื้อน จากอวัยวะทั้งสองมีอยู่สูง

  ส่วนปลายของช่องคลอดทางกายวิภาคแล้วจะโป่งออกเล็กน้อย ทำหน้าที่เป็นแอ่งสำหรับกักเก็บของเหลว ที่ธรรมชาติออกแบบไว้เพื่อกักเก็บน้ำอสุจิในการผสมพันธุ์สืบพันธุ์ ซึ่งธรรมชาติออกแบบสร้างมาเป็นล้านปี แต่เราก็ยังศึกษาไม่ได้หมดจนปัจจุบัน บางส่วนของช่องคลอดก็ยังคงลึกลับอยู่ ธรรมชาติตระหนักดีถึงหน้าที่ๆ ต้องรับงานหนักจึงได้ออกแบบเยื่อบุพื้นผิวช่องคลอดให้ทนทานต่องานหนัก คือการมีเพศสัมพันธ์ได้ดี

  เยื่อบุช่องคลอดจะมีลักษณะเช่นเดียวกับผิวหนังหรือเยื่อบุช่องปาก คือเป็นเซลล์แบนๆ ที่ทนทาน ต่อการเสียดสีได้แต่ที่แตกต่างจากเยื่อบุพื้นผิวหนังคือเยื่อบุช่องคลอดไม่มีต่อมสร้างสารเหลว เช่น ต่อมเหงื่อ ต่อมน้ำลาย แต่ในช่องคลอดกลับมีสารเหลวหล่อชื้นหล่อลื่นอยู่ตลอด ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ตกขาว อันเป็นสภาวะปกติที่ช่องคลอดจะมีความชื้นหรือเปียกอยู่ตลอดเวลาแม้แต่ในวัยทองหรือวัยหมดระดูก็ชื้น แต่จะน้อยลงมาก

  การที่เยื่อบุช่องคลอดไม่มีต่อมสร้างสารคัดหลั่ง สารเหลว หรือน้ำเมือก แต่กลับมีความชื้นที่มาหล่อเลี้ยง ถักเรียงด้วยร่างแหทำให้มีน้ำเหลืองหรือของเหลวจากน้ำเลือดไหลซึมออกมาตลอดร่วมกับการหลุดลอก ของเซลล์บุช่องคลอด ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่รังไข่สร้างออกมากระตุ้นให้เซลล์บุช่องคลอด เจริญผลัดเปลี่ยนจากชั้นล่างๆ ขึ้นสู่ชั้นบนสุดเหมือนใบไม้ผลิใบแก่หลุดออกมาสู่พื้นก็จะถูกย่อยสลายไป ตามขบวนการธรรมชาติ

  ในช่องคลอดก็เช่นกัน เซลล์ที่หลุดลอกจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์อาศัยอยู่ในช่องคลอด ซึ่งช่องคลอดกับปากหรือทวารต่างๆ ของร่างกายจะมีเชื้อจุลินทรีย์อาศัยอยู่ โดยจุลินทรีย์เหล่านี้ไม่ทำร้าย ต่ออวัยวะที่มันอาศัยอยู่

  ในปากมนุษย์นั้นมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมายเป็นล้านๆ ตัว หลายชนิดพบได้เป็นกลุ่มเชื้อคล้ายบาดทะยัก รา ปอดบวมฯ แต่สภาวะปกติหากร่างกายควบคุมสมดุลได้จะไม่เกิดโรคในช่องคลอดก็เช่นกันเชื้อจุลินทรีย์ เป็นเชื้อที่ใส่ในนมเปรี้ยวนั่นเอง ที่ว่ามีปริมาณมากเมื่อเทียบกับเชื้อจุลินทรีย์ตระกูลอื่นๆ ซึ่งเป็นกลไก การควบคุมทางธรรมชาติ

  ถ้าเชื้อที่เรียกว่า แลคโตแบซิลไลด์นี้มีมากก็จะคุมให้เชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ อยู่ในระเบียบวินัยไม่เกเร ซึ่งสมดุลนี้สำคัญมาก ถ้าเชื้อนมเปรี้ยวนี้ลดจำนวนลงเมื่อไร เมื่อนั้นจุลินทรีย์เกเรที่อาศัยอยู่ก็จะออกฤทธิ์ ก่อกวนความเสียหายกับช่องคลอดรวมทั้งเชื้อราและเชื้อไวรัสต่างๆ

  ในสภาพปกติเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ จะช่วยกันย่อยสลายเซลล์ที่หลุดลอกและแปรสภาพเป็นของเหลว ขุ่นขาวข้นและกลายสภาพเป็นกรดอ่อนๆ นอกจากนั้นในของเหลวบริเวณช่องคลอด ยังมีเซลล์ที่หลุดลอกจากปากมดลูก คอมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก และท่อนำไข่ ไหลลงมาในช่องคลอด รอให้จุลินทรีย์เหลานั้นย่อยสลายรวมทั้งยังมีสารเหลวที่ขับออกมาจากต่อมในส่วนต่างๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่ปากมดลูก คอมดลูก และที่มากคือเยื่อบุโพรงมดลูก

  ซึ่งในเดือนที่ไม่มีการปฏิสนธิก็จะหลุดลอกออกมาเป็นระดู คือเลือดไหลลงมาในช่องคลอด ซึ่งมีจุลินทรีย์ต่างๆ อาศัยอยู่โดยมีเลือดเป็นอาหารอันโอชะของเหล่าจุลินทรีย์ จึงเห็นว่าในการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ มักจะใส่สารสกัดหรือสารเลือดลงไปเป็นอาหารและในกรณีที่เชื้อโรคเข้าสู่กระแสโลหิตจะทำให้การคัดเชื้อ เกิดความรุนแรงและอันตราย

 ในขณะมีระดู เม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวจะถูกทำลายด้วยจุลินทรีย์เช่นกัน คุณผู้หญิงในสภาพปกติ ในช่องคลอดจะมีของเหลวอยู่ตลอด แต่จะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามช่องของระดูหรือประจำเดือน แต่ส่วนประกอบหลักของๆ เหลวในช่องคลอดหรือระดูขาวจะเหมือนกันถ้าเอาของเหลวหรือระดูขาวมาตรวจ ด้วยกล้องส่องขยายประมาณสัก 400 เท่า จะเห็นองค์ประกอบดังนี้

  เซลล์บุช่องคลอดซึ่งอาจจะมีเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาให้เห็นได้ถ้าย้อมสีพิเศษ เม็ดเลือดขาวเม็ดเลือดแดงมีจุลินทรีย์ลักษณะเป็นแท่งๆ ในปริมาณที่เด่นชัดคือมากกว่าชนิดกลม ซึ่งเจ้าตัวแท่งๆ นี่เองคือเชื้อนมเปรี้ยวที่เป็นยาวประจำช่องคลอดคอยควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ และคอยย่อยสลายเซลล์

  อาจจะพอมองเห็นเชื้อราในบางสภาพได้และของเหลวซึ่งจะมีสีต่างกันออกไปในระยะหลังระดูไม่นาน จะเป็นลักษณะใส เมื่อใกล้มีระดูรอบใหม่หรือหลังครึ่งรอบระดูไปจะมีสีขาวขุ่นเพิ่มขึ้น ตรงนี้เกิดจากเซลล์ช่องคลอดถูกอิทธิพลของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนกระตุ้นให้มีการสะสมแป้งมากขึ้น ซึ่งพอหลุดลอกสลายตัวก็จะมีสีขาวขุ่นด้วยขบวนการหมักทำลาย เกิดสภาพกรดคืออาจจะมีกลิ่นออกเปรี้ยวได้

  และในสภาพดังกล่าวนี้จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อช่องคลอด ปริมาณของตกขาวจะขึ้นอยู่กับ หลังระยะเวลาของระดูที่มีปริมาณมากเกินครึ่งหลังของรอบระดู แต่จะพบว่าในสตรีที่ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธุ์ ตกขาวมักจะไม่ออกมาปนเปื้อนข้างนอก เนื่องจากปากช่องคลอดจะปิด ต่างจากสตรีที่มีครอบครัว หรือที่เคยผ่านการคลอดบุตรมาก่อน ปากช่องคลอดจะเปิดกว้างออกทำให้ตกขาวมักจะออกมาปนเปื้อนภายนอก ตกขาวหรือของเหลวที่อยู่ในช่องคลอดเมื่อถูกย่อยสลายจนครบขบวนการก็จะเป็นของเหลว บางส่วนจะถูกดูดซึมโดยจุลินทรีย์ บางส่วนจะระเหยไปเป็นสมดุลที่วนเวียนกันอยู่อย่างนี้

  ดังนั้นสภาวะภายในช่องคลอดจึงมีการจัดสมดุลของตัวเองคือมีขบวนการสร้างขยะ และกำจัดขยะอยู่ในตัวเอง เมื่อสมดุลสูญเสียไปโดยเฉพาะขบวนการกำจัดของเสีย คือจุลินทรีย์นมเปรี้ยวซึ่งไวต่อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบแทบทุกชนิด โดยเฉพาะประเทศไทยเรา การซื้อยาเสรีมากทำให้ก่อผลแทรกซ้อนตามมาเพราะยาเพียง 1 เม็ด (ยาปฏิชีวนะ) ก็สามารถจะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของสมดุลร่างกาย คือจำนวนจุลินทรีย์นมเปรี้ยวจะลดลงจนอาจจะกลายเป็น ประชากรกลุ่มน้อย พวกจุลินทรีย์เกเรก็จะลุกขึ้นมาอาละวาด

  คุณสุภาพสตรีจะสังเกตได้ว่าถ้าต้องรักษาโรคติดเชื้อโดยกินยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ก็มักจะส่อการผิดปกติในช่องคลอดจนเกิดการระคายเคือง นั่นแสดงว่าสมดุลของจุลินทรีย์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ที่พบได้บ่อยคือพวกที่รักษาสิว ซึ่งต้องทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ

  อีกสาเหตุหนึ่งที่กำลังก่อความวิตกให้กับแพทย์ผู้ดูแลสตรีคือ การสวนล้างช่องคลอดโดยไม่จำเป็น ดังได้กล่าวแล้วว่าสภาวะในช่องคลอดมีระบบกำจัดขยะหรือกำจัดของเสียอยู่ในตัวเองที่ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพโดยผ่านจุลินทรีย์ การที่เอาน้ำซึ่งผสมสารเคมีต่างๆ และสารสร้างกลิ่นเข้าไป ชะล้างในช่องคลอดจะทำให้สมดุลจุลินทรีย์ถูกทำลาย เท่านั้นไม่พอยังไปแปรเปลี่ยนสภาพกรดด่าง ในช่องทำให้จุลินทรีย์นิสัยดีซึ่งมีจะบอบบางถูกทำลายเหลือแต่จุลินทรีย์เกเรก็จะลุกฮือขึ้นมา ทำลายเยื่อบุช่องคลอด และอาจจะลุกลามไปถึงโพรงมดลูก และลามปามไปถึงปีกมดลูก จนเกิดการอักเสบของปีกมดลูกและลุกลามสู่รังไข่กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปได้

  ที่พบบ่อยจากน้ำยาเหล่านี้คือการระคายเคือง การแพ้สารเคมีในบริเวณช่องคลอด ทำให้เซลล์บุช่องคลอดถูกทำลาย และอาจจะมีผลกระทบต่อเยื่อบุปากมดลูก ซึ่งค่อนข้างอ่อนไหว และเป็นตำแหน่งที่มีการกลายเป็นมะเร็งได้สูง ยิ่งถ้าการสวนล้างนั้นมีการปนเปื้อน อาจก่อให้เกิดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไวรัสหูดหงอนไก่ซึ่งเป็นตัวก่อโรคมะเร็งด้วยแล้วก็จะนำไปสู่การอักเสบ ติดเชื้อที่ปากมดลูกได้

  มีสถานบริการทางการแพทย์บางแห่งได้ให้บริการที่ไม่ถูกต้องโดยสร้างความเข้าใจผิดๆ ว่า การทำความสะอาดช่องคลอดเป็นประจำโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อบางทีถึงกับใช้ผ้าก๊อซหรือสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ แปะไว้ที่ปากมดลูกและคาไว้ในช่องคลอดเพื่อทำลายเชื้อจุลินทรีย์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ทำลาย ภูมิต้านทานโรคของช่องคลอด จนคุณสุภาพสตรีก็เอามายึดปฏิบัติกันซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง

  เพราะนอกจากจะทำลายเชื้อจุลินทรีย์นมเปรี้ยวที่มีประโยชน์แล้ว ยังก่อการระคายเคืองอย่างรุนแรง ต่อเยื่อบุช่องคลอดเพราะน้ำยาฆ่าเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่มีไว้ใช้แช่เครื่องมือซึ่งขนาดวัตถุโลหะยังกัดกร่อนได้ แล้วเนื้ออ่อนจะไม่ถูกทำลายได้อย่างไร ใช้ไปนานๆ อาจจะก่อให้เกิดการกลายของเนื้อเยื่อได้ ในทางการแพทย์แล้วการสวนล้างช่องคลอดมีข้อบ่งชี้น้อยมาก ส่วนมากกระทำในกรณีที่จะต้องทำการผ่าตัด

  คุณผู้หญิงทั้งหลายอย่าได้เอาใจใส่อวัยวะภายในจนเกินเหตุ จะนำเภทภัยมาใส่ตัวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อนจะใช้ควรปรึกษาสูตินารีแพทย์ก่อน ถ้าอายที่จะมาพบก็สามารถโทรปรึกษาซึ่งมีหลายช่องทาง การติดต่ออยู่แล้วในปัจจุบัน

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


 


หน้าหลัก | ความงาม | มุมสุขภาพ | มุมแฟชั่น | การแต่งหน้า | ช้อปปิ้ง | เซ็กส์ | เคล็ดลับหุ่นดี | โหราศาสตร์
webboard | Q&A | Contact us

 

 
                                                                          © Copyright Women Online by WorldMedic Corporation inc. All Rights Reserved.1998 - 2007