รู้ไว้เรื่อง
ไมเกรน
โรคไมเกรนมีองค์ประกอบที่เกี่ยวพันกับอารมณ์ โดยมีสาเหตุมาจากความรู้สึกหดหู่
ผิดหวัง และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ความทรมานจาก
การปวดจะมีมากขึ้นจนทำให้ร่างกายและจิตใจไม่อาจทำงานได้ตามปกติ
โดยมากผู้ที่ป่วยเป็นไมเกรนจะมีอารมณ์รุนแรงมากกว่าคนปกติถึง
3 เท่า สาเหตุก็เนื่องมาจากความสับสนของสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกิตของระบบสมองนั่นเองไมเกรนสามารถเกิดขึ้นกับคนทุกวัน
แต่ดูเหมือนจะเกิดกับผู้มี วัยระหว่าง
25-34 ปี มากที่สุด และพบได้ไม่บ่อยนัก ในผู้ที่มีวัยเกิน
40 ปี โดยผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย
ถึง 2-3 เท่า เนื่องจากปัญหาการขึ้นลงของระดับฮอร์โมนและสภาวะการมีรอบเดือน
สาเหตุของไมเกรน
เหตุที่แท้จริงยังไม่อาจบอกได้แน่ชัด แต่มักเกิดเมื่อเส้นเลือดในสมองมีการขยาดตัวออกและทำให้เกิดอาการติดเชื้อ
มีหลักฐานชัดเจนว่า 50% ของผู้เป็นไมเกรนนั้นมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์คืออยู่ในองค์ประกอบของยีน
หากญาติที่ใกล้ชิดในครอบครัวเป็นไมเกรน นั่นหมายถึงเราก็เพิ่มระดับความเสี่ยงของโรคเข้าไปได้อีกขั้นหนึ่ง
สัญญาณเตือนภัย
ตรงข้ามกับความจริงที่เชื่อกันมากนานว่า ไมเกรนจะเกิดโดยกะทันหันไม่มีการเตือนให้รู้ตัวล่วงหน้าเพราะผู้ป่วยถึง
25% ระบุว่าได้รับการเตือนภัยโดยระบบร่างกายก่อนการเกิดไมเกรน
กล่าวคือ จะมีการเห็นที่ผิดปกติเช่น เห็นเป็นแสงเรืองเหมือนแสงออร่าเป็นรัศมีรอบๆ
วัตถุต่างๆ หรือเห็นภาพแบบเบลอไม่ชัดเจนอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่ไมเกรนจะเกิด
นอกจากนี้ผู้ป่วยไมเกรน 1 ใน 10 คนพบว่า เขาจะเห็นเส้นต่างๆ
กลายเป็นเส้นซิกแซกหรือเห็นจุดดำๆ เต็มไปหมด ส่วนอีก 1
ใน 4 ของผู้ป่วยไมเกรนบอกว่าสัญญาณอันตรายของเขาคือ จะเกิดสภาวะร่างกายมีความกระตือรือร้นมากผิดปกติ
การหาวนอนไม่หยุด อารมณ์ที่ตื่นเต้นผิดปกติและการหิวกระหายอย่างมากมายในหนึ่งวันก่อนจะเป็นไมเกรน
พวกที่พบกับอาหารเหล่านี้มักจะหาทางป้องกันและลดความถี่ในการถูกจู่โจมไว้ก่อนล่วงหน้า
หรือมีการระวังตัวโดยเตรียมยาไว้ใกล้ๆมือเพื่อแก้ไขได้ทันทีตั้งแต่เนิ่นๆ
ตัวกระตุ้นไมเกรน
วิธีตั้งรับหรือป้องกันไมเกรนก็คือ ต้องแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคนี้
ควรมีไดอารี่ไมเกรนเขียนบันทึกรายละเอียดของกิจกรรมหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ถูกจู่โจมด้วยไมเกรนในแต่ละครั้ง
เป็นการง่ายต่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมเพื่อลดความถี่และระดับของไมเกรนให้เหลือน้อยที่สุดจนถึงหมดสิ้นไป
1. ความเหน็ดเหนื่อยทางสภาวะอารมณ์ ความกังวล ความโกรธ
ความตื่นเต้นตกใจ ฯลฯ
2. การพักผ่อนหลังการโหมทำงานหนักจนทำให้ร่างกายเกิดความเครียดขึ้น
3. องค์ประกอบทางกายภาพทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับสมอง ซึ่งเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
เช่น อาการเจ็ตแลค การถูกรบกวนจากการนอนหลับ ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและสภาวะอากาศที่ผันแปรอย่างรุนแรงการโหมออกกำลัง
นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนได้
4. สภาวะโภชนาการ เช่น การมีน้ำตาลในเลือดต่ำเพราะการอดอาหาร
การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารบางชนิด เครื่องปรุงรสหรือสารผสมอาหารบางอย่างก็อาจเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้
5. ฮอร์โมนในร่างกาย เช่น สภาวะรอบเดือนในสตรี ความเจ็บปวดระหว่างการมีรอบเดือน
ภาวะรอบเดือนที่ผิดปกติ ตลอดจนการตั้งครรภ์ และการใช้ยาคุมกำเนิด
6. สภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ที่ที่มีแสงจ้าหรือมีความถี่ของเสียงสูงมากเกินไป
กลิ่นที่รุนแรงหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ไมเกรนจากการไดเอต
แม้จะมีอาหารหลายชนิดถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของไมเกรน
แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคนี้ก็ไม่เคยระบุไว้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีผลต่ออาการของไมเกรนแค่ไหน
เป็นความเชื่อของผู้ป่วยที่มีความรู้สึกว่าอาการมักกำเริบเมื่อบริโภคอาหารบางชนิด
แต่ที่แทพย์ระบุไว้อย่างชัดเจนก็คือ การโหมอดอาหารจนหิวโซก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นไมเกรนได้
อาหารกับไมเกรน
วิธีดีที่สุดคือการปรึกษานักโภชนาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการคุมอาหารโดยเฉพาะ
อาหารที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรน ได้แก่
ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงๆ หรือหวานจัดๆ หรือผลไม้ที่ฉ่ำน้ำและนำมาปรุงอาหารพร้อมเปลือกได้ช็อกโกแลต
รวมถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ที่ทำจากโกโก้แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบียร์และไวน์แดง
ถ้าอยากจะบริโภคจริงๆ ก็ให้เลือกไวน์ขาวและเบียร์ที่เป็นแบบไลต์แทน
เวลาบริโภคให้ดื่มสลับกันระหว่างเครื่องดื่มแอลกอฮล์กับน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว
เพื่อเลี่ยงสภาวะขาดน้ำอันเป็นสาเหตุหนึ่งของไมเกรนเนื่อหมู
รวมถึงเบคอน ตับหมูบด ไส้กรอกหมูทุกชนิด ผู้เป็นไมเกรนควรบริโภคอาหารประเภทนี้สลับ
กับเนื้อหมูสด เนื้อปลา และไก่ หมุนเวียนในปริมาณที่เหมาะสมชีสที่มีเนื้อแข็ง
ควรแทนที่ด้วยการบริโภคชีสเนื้อนุ่มแบบครีมค็อตเทจชีสหรือวอฟชีสสด
เครื่องปรุงแต่งรสอาหาร รวมไปถึงแป้งกลูเต็น ยีสต์ กรดมะนาว
น้ำตาล ผงชูรส และกาเฟอีน ตลอดจนน้ำอัดลม ซุปก้อน และอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆด้วย
หัวหอมและถั่ว เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงลงได้หากลอกเปลือกหัวหอมออกให้ขาวที่สุดก่อนนำมาปรุง
ทางเลือกในการรักษาไมเกรน
ผู้ทรมานจากไมเกรนส่วนใหญ่มักใช้ยาช่วยคลาดความปวดและยาระงับประสาทในการรักษา
แต่บางครั้งทั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ได้ผลเสมอไป
โดยเฉพาะหากอาการเป็นไปอย่างยาวนานและมากขึ้น เพราะระบบการย่อยอาหารจะชะลอการทำงานลงในระหว่างที่เป็นไมเกรน
ทำให้กระเพราะทำงานช้าลงจนถึงหยุดทำงานชั่วคราว จึงไม่สามารถทำให้ร่ายดูดซึมยาได้
วิธีที่ดีที่สุดคือเรียนรู้วิถีชีวิตที่จะอยู่กลับมันอย่างประนีประนอม
และพยายามป้องกันการเกิดโดยลดการกระตุ้นลงให้น้อยที่สุด
เช่น ถ้าเกิดหลังการโหมทำงานหนักซึ่งเป็นเรื่องสุดวิสัย
ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ยาหรือทำทรีตเม้นต์เพื่อการบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งการรู้ถึงปัญหาจะช่วยให้ไมเกรนลดลงได้ถึง 60% วิธีบำบัดด้วยยาอยู่
2 ชนิด อย่างแรกคือการบรรเทาและลดความถี่ของการถูกจู่โจม
ส่วนอีกวิธีคือ การป้องกันล่วงหน้าซึ่งใช้ได้กับผู้มีอาการไม่บ่อย
หรือรุนแรงนัก แต่คนไข้เหล่านี้ก็อาจถูกส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาหากเขต้องการ
*อาการไมเกรน*
ลองตรวจสอบอาการปวดศีรษะที่มีอยู่ว่าเข้าข่ายไมเกรนหรือไม่จากอาการเหล่านี้
- ปวดกะทันหันและรุนแรงเหมือนมีการเต้นตุบๆ ตลอดเวลา และมักเป็นกับศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง
- มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยขณะที่ปวด
- มีประสาทสัมผัสอ่อนไหวพิเศษกับแสง เสียง หรือกลิ่นต่างๆรอบตัว
- มีอาการถูกรบกวนทางประสาทตาโดยทันทีทันใด เช่น อาจเห็นเส้นตรงๆ
เป็นเส้นซิกแซก เห็นแสงจ้า
- มีความลำบากมากขึ้นในการพูดออกเสียงหรือการคิดคำที่จะพูดในขณะปวด
- เมื่อเคลื่อนไหวจะยิ่งทำให้ความเจ็บปวดส่วนต่างๆ ของร่างกายยิ่งเพิ่มมากขึ้น
- อ่อนไหวง่ายต่อการถูกสัมผัสทำให้เจ็บปวดมาก โดยเฉพาะที่บริเวณศีรษะ
|